วีซ่าแต่งงาน (Heiratsvisum)

คำแนะนำเรื่องการจดทะเบียนสมรส

 

1. การจดทะเบียนสมรสระหว่างบุคคลสัญชาติไทยกับบุคคลสัญชาติเยอรมัน

1.1. การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย

คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องนำ "หนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้" ในประเทศไทย (เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า Ehefähigkeitszeugnis) ซึ่งมีอายุไม่เกิน6 เดือน มาแสดงที่สถานทูตฯ เพื่อขอให้ดำเนินการออก "หนังสือรับรอง" (Konsularbescheinigung) และนำไปแสดงต่อนายทะเบียนของไทย ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ ที่คู่สมรสทั้งสองประสงค์จะจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายไทยจะยื่นขอจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตหรืออำเภอใดก็ได้ ทั้งนี้ การสมรสตามประเพณีศาสนาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ จะไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศเยอรมนี

ขั้นตอนในการขอ "หนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้"

คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องยื่นคำร้องขอหนังสือดังกล่าว ต่อทางสำนักทะเบียนที่ตนมีถิ่นพำนักสังกัดในประเทศเยอรมนี ในกรณีที่ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศเยอรมนีต้องยื่นคำร้องขอไปยังสำนักทะเบียนที่ผู้ร้องเคยแจ้งพำนักอยู่เป็นครั้งสุดท้าย แบบฟอร์มคำร้องขอรับได้ที่สถานทูตสำนักทะเบียนเยอรมัน หรือจากเว็บไซต์ www.berlin.de/standesamt1/partnerschaft ทั้งนี้ ในการยื่นคำร้องคู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องแสดงเอกสารของคู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยต่อนายทะเบียนเยอรมันด้วย เพราะนายทะเบียนจะต้องตรวจสอบว่าคู่สมรสทั้งสองมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายเยอรมันที่จะทำการจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่

เอกสารของคู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมัน มีดังนี้ *

1. หนังสือเดินทาง หรือบัตรประชาชน
2. ใบรับรองถิ่นพำนักในประเทศเยอรมนี หรือใบแจ้งย้ายสำมะโนครัวออกจากประเทศเยอรมนี
3. สูติบัตรหรือสำเนาที่คัดจากสมุดทะเบียนครอบครัว
4. คำพิพากษาหย่าที่มีตราประทับรับรองว่ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย หรือมรณบัตรของคู่สมรสเดิม

เอกสารของคู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทย มีดังนี้ *

1. หนังสือเดินทาง หรือบัตรประชาชน
2. สูติบัตร หรือหนังสือรับรองการเกิดที่มีรายละเอียดครบถ้วนเช่นเดียวกับสูติบัตร
3. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร (ต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้องแล้ว)
4. บางกรณีต้องมีคำร้องเกี่ยวกับงานทะเบียนครอบครัวจากสำนักทะเบียนกลางด้วย (ผลการตรวจสอบข้อมูลการสมรส/การหย่าด้วยคอมพิวเตอร์)

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีสถานภาพโสด

4. หนังสือรับรองสถานภาพที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่ไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับผู้ใด **

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีสถานภาพหม้าย

5. หนังสือรับรองสถานภาพที่ระบุว่าหลังจากที่คู่สมรสเสียชีวิตแล้ว ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสใหม่กับผู้ใดอีก **
5. ทะเบียนการสมรส พร้อมบันทึก (คร. 2)
6. มรณบัตรของคู่สมรส

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีสถานภาพหย่า

4. หนังสือรับรองสถานภาพที่ระบุว่าหลังจากหย่าจากคู่สมรสเดิมแล้ว ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสใหม่กับผู้ใดอีก**
5. ทะเบียนการสมรส พร้อมบันทึก (คร. 2) กับคู่สมรสเดิม
6. ทะเบียนการหย่า พร้อมบันทึก (คร. 6) กับคู่สมรสเดิม
7. ใบสำคัญการหย่า (คร. 7)
8. คำพิพากษาของศาลเรื่องหย่าและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (เฉพาะผู้ร้องที่หย่าตามคำพิพากษาของศาลเท่านั้น)

* หมายเหตุ เอกสารที่ระบุไว้ในที่นี้ไม่อาจถือเป็นสิ้นสุดได้ ทั้งนี้ เพราะนายทะเบียนเยอรมันมีสิทธิที่จะเรียกเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีก

** หมายเหตุ หนังสือรับรองสถานภาพออกโดยสำนักงานเขต หรืออำเภอที่ผู้ร้องแจ้งพำนักและต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือ

นายทะเบียนเยอรมัน

ท่านจะต้องแนบเอกสารพร้อมคำแปลภาษาเยอรมันด้วย และโดยปกติเอกสารต้นฉบับภาษาไทยควรต้องผ่านการรับรองไม่ปลอมแปลงจากสถานทูตก่อน ในการขอให้สถานทูตฯรับรองเอกสารไม่ปลอมแปลงท่านไม่จำเป็นต้องยื่นคำแปลภาษาเยอรมัน ต่อทางสถานทูตฯ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องแสดงเอกสารต่อนายทะเบียนของเยอรมัน ท่านจะต้องแนบคำแปลภาษาเยอรมันไปด้วย

การแปลเอกสารเป็นภาษาเยอรมัน

สถานทูตฯ ขอแนะนำให้ใช้บริการแปลเอกสารจากล่ามที่ได้รับอนุญาตจากศาลในประเทศเยอรมนี ท่านสามารถติดต่อขอรับรายชื่อล่ามได้ที่สถานทูตฯ หรือเปิดดูที่โฮมเพจ www.bangkok.diplo.de ของสถานทูตฯ ในกรณีที่ท่านมีฉบับแปลอยู่แล้ว และแปลโดยล่ามที่มิได้รับการอนุญาตจากศาล หรือขึ้นทะเบียนต่อศาลในประเทศเยอรมนี ท่านควรติดต่อ ล่ามหรือผู้แปลที่ได้รับอนุญาตจากศาลในประเทศเยอรมนีอีกครั้ง เพื่อขอให้ตรวจสอบรับรองคำแปลนั้น ๆ เสียก่อน จึงจะนำไปแสดงต่อนายทะเบียนเยอรมันได้ ทั้งนี้สถานทูตฯ ไม่มีบริการตรวจสอบรับรองคำแปลให้

การรับรองความถูกต้องของเอกสาร และการรับรองเอกสารไม่ปลอมแปลง

จุดประสงค์ก็เพื่อให้เอกสารของท่านเป็นที่ยอมรับของทางการเยอรมัน นาย ทะเบียนของเยอรมันจะเป็นผู้แจ้งให้ท่านทราบว่าเอกสารของท่านจำเป็นต้องผ่าน การรับรองความถูกต้อง หรือรับรองไม่ปลอมแปลงโดยสถานทูตเยอรมันหรือไม่ กรณีที่ต้องรับรอง ท่านสามารถยื่นคำร้องด้วยวาจาได้โดยตรงที่สถานทูตฯ หรือจะยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ ถ้าผู้ร้องไม่สามารถมายื่นคำร้องได้ด้วย ตนเอง สามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ แต่ทั้งนี้จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของเอกสารมาแสดงด้วย การยื่นคำร้องให้รับรองความถูกต้องของเอกสาร และ/หรือ รับรองเอกสารไม่ปลอมแปลง ท่านจะต้องยื่นเอกสารต้นฉบับภาษาไทยพร้อมสำเนาอย่างละ 2 ชุด (การยื่นขอให้รับรองทั้ง 2 แบบ นี้ ไม่จำเป็นต้องยื่นคำแปลต่อสถานทูตฯ กรณีที่ไม่มีเอกสารต้นฉบับ จะใช้ฉบับสำเนาที่ผ่านการรับรองความถูกต้องจากหน่วยราชการที่ออกเอกสารนั้นๆ ก็ได้) การรับรองความถูกต้องของเอกสาร สถานทูตฯ จะทำการตรวจสอบโดยเปรียบเทียบตัวอย่างลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนาม เมื่อถูกต้องก็จะทำการประทับตรารับรองให้ ส่วนเอกสารที่สถานทูตฯ ไม่มีตัวอย่างลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ สถานทูตฯ ก็จะดำเนินการรับรองเอกสารไม่ปลอมแปลง ให้ โดยส่งสำเนาเอกสารไปยังหน่วยราชการนั้นๆ เพื่อขอให้ตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นเอกสารไม่ปลอมแปลงจริง ทั้งนี้จะใช้เวลา ดำเนินการราว 6 - 8 สัปดาห์ ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านี้ ทั้งนี้เพราะต้องตรวจสอบเอกสารกับหน่วยราชการของไทย ระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับความร่วมมือของหน่วยราชการไทยด้วย โดยปกติเมื่อดำเนินการรับรองเสร็จสถานทูตฯ จะแจ้งให้ผู้ร้องทราบเพื่อมารับเอกสารคืน หรือถ้าประสงค์จะให้ส่งไปยังหน่วยราชการหรือคู่หมั้นในประเทศเยอรมนีก็ สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ผู้ร้องต้องแจ้งความประสงค์ให้ชัดเจนในขณะที่ส่งมอบเอกสาร เพราะจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการจัดส่งด้วย

การชำระค่าธรรมเนียม

กรณี ยื่นคำร้องโดยตรงที่สถานทูตฯ ผู้ร้องจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในวันที่ยื่นคำร้อง กรณีที่ผู้ร้องประสงค์ จะให้ส่งเอกสารไปประเทศเยอรมนีและเก็บเงินค่าธรรมเนียมปลายทาง ผู้รับปลายทางจะต้องมีหนังสือยืนยันต่อสถานทูตว่าจะรับผิด ชอบค่าธรรมเนียมทั้งหมดก่อน (Kostenübernahmeerklärung) และเมื่อดำเนินการรับรองเอกสารเรียบร้อยแล้ว สถานทูตฯ ก็จะจัดการส่งเอกสารพร้อมใบแจ้งหนี้ไป ยังที่อยู่ของผู้รับปลายทาง (แบบฟอร์มรับรองการชำระค่าธรรมเนียมขอรับได้ที่สถานทูตฯ หรือจะเขียนคำรับรองเองก็ได้เช่นกัน) นอกเหนือจากค่าธรรมเนียม (ปัจจุบันฉบับละ 20 - 40 เหรียญยูโร โดยให้ชำระเป็นเงินสกุลบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน) สถานทูตฯ จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าโทรศัพท์ดำเนินการรายละ 100 บาท (2 เหรียญยูโร) สำหรับการติดต่อกับหน่วยราชการไทยด้วย สำหรับการจัดส่งเอกสารไปยังผู้รับปลายทางในประเทศเยอรมนี ท่านต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 200,-- บาท (5 เหรียญยูโร) สำหรับการจัดส่งภายในประเทศไทย ท่านสามารถติดต่อ "บริษัทไปรษณีย์ไทย" ซึ่งมีตัวแทนให้บริการอยู่ที่ห้องรับแขกแผนกกงสุลในสถานทูตฯ รายละเอียดเรื่องนี้ดูได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตฯ

สำหรับผู้ร้องที่มีสถานภาพหย่าและเป็นการหย่าโดยความสมัครใจต่อหน้านายทะเบียนของไทย

สถานทูตฯ ขอแนะนำให้ยื่นขอให้รับรองเอกสารไม่ปลอมแปลงด้วย เพราะท่านจะต้องยื่นคำร้องเป็นพิเศษอีกฉบับต่อกระทรวงยุติธรรมในประเทศเยอรมนี ให้รับรองการหย่าของท่านในประเทศไทยเสียก่อน นายทะเบียนของเยอรมันจึงจะพิจารณาเอกสารอื่นๆ ของท่านและออกหนังสือสำคัญให้ทำที่สถานทูตฯ สำนักทะเบียนเยอรมันหรือจากเว็บไซต์ www.berlin.de/standesamt1/partnerschaft/scheidung

กรณีที่คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันเคยจดทะเบียนหย่าตามกฎหมายของต่างประเทศ ก็ต้องยื่นคำร้องแบบนี้ต่อทางเยอรมันเช่นกัน เอกสารที่ต้องแนบไปพร้อมแบบฟอร์มคำร้องนี้ได้แก่ ทะเบียนการสมรสทะเบียนการหย่า ใบสำคัญการหย่า พร้อมคำแปลภาษาเยอรมัน เมื่อการหย่าเป็นที่ยอมรับของทางการเยอรมันแล้ว นายทะเบียนจึงจะออกหนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้ (Ehefähigkeitszeugnis) ให้แก่ท่าน

หนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้

ซึ่งออกโดยสำนักทะเบียนเยอรมันมีอายุใช้ได้ไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกสถานทูตฯ จะต้องเก็บต้นฉบับของหนังสือฉบับนี้ไว้ (ตามมาตราที่ 385 ของระเบียบปฎิบัติสำหรับสำนักทะเบียนและผู้ตรวจการของรัฐ) เมื่อคู่สมรสมอบหนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้ สถานทูตฯ ก็จะออก "หนังสือรับรอง" ให้ เพื่อนำไปแสดงต่อนายทะเบียนของไทยต่อไป (สถานกงสุลกิติมศักดิ์ของเยอรมันที่จังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต ไม่สามารถออกหนังสือรับรองเช่นว่านี้ได้)

ในการขอให้ออกหนังสือรับรองดังกล่าว จะต้องแสดงหนังสือเดินทางของคู่สมรสทั้งสองต่อ สถานทูตฯ ในส่วนของคู่สมรสสัญชาติเยอรมันต้องแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในรูปของแบบสอบถามต่อสถานทูตฯ ด้วย (แบบสอบถามดูได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตฯ) ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ รายได้ ชื่อบริษัท หรือนายจ้างที่ทำงาน ภาระผูกพัน ค่าเลี้ยงดู/ค่าเลี้ยงชีพชื่อ และที่อยู่ของบุคคลอ้างอิง 2 คน ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยราชการไทยต้องการและจะปรากฎอยู่ใน หนังสือรับรองที่สถานทูตออกให้ (เป็นภาษาเยอรมันพร้อมคำแปลภาษาไทย) ระยะเวลาดำเนินการออกหนังสือรับรอง 2-3 วัน (วันทำการ) ทั้งนี้ คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องมาเซ็นชื่อรับหนังสือนี้ด้วยตนเองเท่านั้น นอกจากนี้ สำนักทะเบียนบางแห่งของไทยอาจ จะเรียกร้องให้นำ "หนังสือรับรอง" ของสถานทูตฯ ไปประทับตราที่กรมการกงสุล/กระทรวงการต่างประเทศของไทยก่อน (เท่าที่ทราบเวลาดำเนินการประมาณ 2 วัน) จึงจะจดทะเบียนสมรสได้ ท่านจึงควรสอบถามเรื่องนี้กับสำนักทะเบียนของท่าน ด้วย เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา

1.2. การจดทะเบียนสมรสในประเทศเยอรมนี

คู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยจะต้องยื่นคำร้องขอวีซ่า เพื่อจุดประสงค์การจดทะเบียนสมรสต่อทางสถานทูตฯ เท่านั้น ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าคู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยจะต้องแสดงเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรสเช่นเดียวกับที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1 ซึ่งเอกสารต้นฉบับภาษาไทยจะต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตฯ ว่าไม่ปลอมแปลงด้วย ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 – 8 สัปดาห์ ส่วนการแปลเอกสารสามารถดำเนินการแปลในประเทศเยอรมนีได้เช่นกัน ในการยื่นขอจดทะเบียนสมรสต่อสำนักทะเบียนเยอรมันคู่สมรสทั้งสองฝ่ายจะต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อขอจดทะเบียนสมรสที่เรียกว่า Anmeldung zur Eheschließung และแสดงเอกสารทั้งหมดของคู่สมรสต่อ นายทะเบียนเยอรมัน ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยไม่สามารถแจ้งความประสงค์ ได้ด้วยตนเอง เพราะยังพำนักอยู่ในประเทศไทยก็สามารถมอบอำนาจให้คู่สมรส ฝ่าย สัญชาติเยอรมันไปแจ้งความประสงค์แทนตนได้ โดยต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเรียกว่า Beitrittserklärung แบบฟอร์มนี้ ท่านสามารถขอรับได้ที่สถานทูตฯ สำนักทะเบียนเยอรมัน หรือจากเว็บไซต์ของสำนักทะเบียนเมืองเบอร์ลิน www.berlin.de/standesamt1/partnerschaft สถานทูตฯ ขอแนะนำให้สอบถามนายทะเบียนที่เกี่ยวข้องในประเทศเยอรมนี ด้วยว่า นอกเหนือไปจากเอกสารที่ระบุไว้ในคำแนะนำฉบับนี้ นายทะเบียนเยอรมันต้องการ เอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อท่านจะได้จัดเตรียมเอกสารได้ทันเวลา

1.3. ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายคนต่างด้าวและการบังคับวีซ่า

ใน กรณีที่คู่สมรสหรือคู่สามีภรรยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย และประสงค์ที่จะไปใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในประเทศเยอรมนี ฝ่ายที่ถือสัญชาติไทยจำเป็นต้องมีวีซ่าระยะยาวเพื่อการพำนักอาศัยก่อนเดินทางเข้าประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ไม่สำคัญว่าจะเป็นการจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยหรือประเทศเยอรมนีก็ตาม วีซ่าระยะสั้นสำหรับนักท่องเที่ยว (หรือวีซ่าเชงเก็น ) ไม่เพียงพอเพื่อการนี้ ตามกฎระเบียบผู้ที่เดินทางเข้าประเทศเยอรมนีด้วยวีซ่าเชงเก็น จะต้องเดินทางกลับมายังประเทศอันเป็นถิ่นพำนักปกติของตนตามเดิม เพราะจะไม่อนุญาตให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์ของการพำนักได้ (ในที่นี้คือเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเป็นการครองชีวิตคู่) วีซ่าระยะยาวที่สถานทูตออกให้เพื่อการพำนักเกินกว่า 90 วันนี้ จะใช้ได้ในขอบเขตเฉพาะประเทศเยอรมนีเท่านั้น ท่านสามารถติดต่อขอรับแบบ ฟอร์มคำร้องขอวีซ่าและคำแนะนำฉบับนี้ได้ที่สถานทูตฯ หรือผ่านโฮมเพจของสถานทูตฯ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ

สถาน ทูตฯ ขอเรียนว่า ในการออกวีซ่าเพื่อการพำนักอาศัยในประเทศเยอรมนีนานกว่า 90 วัน จำเป็นต้องได้รับคำอนุมัติจากสำนัก งานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศเยอรมนีก่อน โดยสถานทูตฯ จะส่งคำร้องของท่านไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบโดยเร็วที่สุด เท่าที่สามารถเพื่อเสนอพิจารณาอนุมัติวีซ่าต่อไป การดำเนินการอาจจะใช้เวลานานถึง 2 เดือน หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ สถานทูตฯ จะออกวีซ่าให้ได้ ต่อเมื่อได้รับคำอนุมัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้วเท่านั้น เพื่อเร่งรัดการดำเนินการให้เร็วขึ้นสถานทูตฯ ขอแนะนำให้คู่สมรสหรือคู่สามีภรรยาฝ่ายที่ถือสัญชาติเยอรมันและพำนักอาศัย อยู่ในประเทศเยอรมนีไปติดต่อและแจ้งเรื่องของตนต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอให้ทำการอนุมัติวีซ่าให้ สถานทูตฯ จะจะแจ้งผลการตัดสินของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ทราบอย่างเป็นลายลักษณ์ อักษร อนึ่ง สถานทูตฯ อาจจำเป็นต้องเรียกเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมจากท่าน ในกรณีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศเยอรมนีร้องขอมา

ค่าธรรมเนียมวีซ่า

ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อการจดทะเบียนสมรสใน ประเทศเยอรมนีคือ 60.-- เหรียญยูโร กำหนดให้ชำระเป็นเงินสกุลบาท ประมาณ 2800.-- บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับผู้ร้องที่จดทะเบียนสมรสแล้วจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า

ในการยื่นคำร้อง ท่านต้องแสดงหลักฐานดังต่อไปนี้

- แบบฟอร์มคำร้องที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ชุด

- รูปถ่ายขนาดติดหนังสือเดินทาง 2 รูป

- หนังสือเดินทางไทย ที่ยังมีอายุการใช้อย่างน้อย 1 ปี

- ประกาศนียบัตร Start Deutsche 1 ที่แสดงว่ามีความรู้ภาษาเยอรมันในระดับ A 1 ของสถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut)

เอกสารเพิ่มเติม สำหรับผู้ร้องที่จดทะเบียนสมรสแล้ว

- ใบสำคัญการสมรสที่ผ่านการรับรองความถูกต้อง/ไม่ปลอมแปลงแล้วโดยสถานทูตฯ พร้อมคำแปลภาษาเยอรมัน (แปลโดยผู้แปลที่เป็นที่ยอมรับของทางการเยอรมัน ขอรับรายชื่อผู้แปล/บริษัทแปลได้ที่สถานทูต)

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ร้องที่ประสงค์จะไปจดทะเบียนสมรสในประเทศเยอรมนี

- เอกสารต่างๆ ที่จำเป็นในการจดทะเบียนสมรส พร้อมคำแปลภาษาเยอรมัน (ดูรายละเอียดจากคำแนะนำฉบับนี้ ส่วนคำแปลต้องแปลโดยล่ามหรือผู้แปลที่เป็นที่ยอมรับของทางการเยอรมัน)

- แบบฟอร์มรับรองค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการ ตามมาตรา 68 ของกฎหมายคนต่างด้าวเยอรมัน (Verpflichtungserklärung) แบบฟอร์มดังกล่าวนี้คู่สมรสของท่านในประเทศเยอรมนีสามารถนำไปยื่นเพิ่มภาย หลังกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้โดยตรง